ปลา คาซึโอะ หนึ่งในปลาที่เลิศรสสุดๆ โดยเฉพาะในช่วงฤดูใบไม้ร่วง ถ้าคุณคือนักทานปลาตัวจริงเชื่อว่าต้องเคยทานแน่ๆ แต่อาจมีบางเรื่องที่ยังไม่รู้ เราเลยนำข้อมูลมาบอกกันในบทความนี้ เลื่อนอ่านกันเลยครับ

Utagawa Hiroshige | Katsuo Fish with Cherry Buds, from the series Uozukushi  (Every Variety of Fish) | Japan | Edo period (1615–1868) | The Metropolitan  Museum of Art

1.ตำนานให้โชคของปลาคาซึโอะ
มีตำนานกล่าวไว้ว่าในสมัยเอโดเอโดะ ตระกูลโฮโจ ซึ่งเป็นตระกูลที่มีอิทธิพลในสมัยนั้นกำลังจะออกไปทำสงครามระหว่างทางได้ออกตกปลาเพื่อมาทำเป็นเสบียง แต่แล้วมีปลาคาซึโอะ ตัว 1 กระโดดขึ้นมาบนเรือของนายพลที่เป็นผู้ร่วมรบ ศึกครั้งนั้นนายพลคนดังกล่าวทำให้ตระกูลนี้ชนะสงคราม

ต่อมาเมื่อมีการทำปลาคาซึโอะเป็นอาหารก็มักจะทำปลาคาซึโอะไปถวายแก่แม่ทัพที่จะออกไปทำสงคราม จึงถือว่าเป็นปลานำโชคสำหรับ เวลาไปติดต่อประสานงานต่างๆ หรือนักกีฬา ที่กำลังจะไปแข่งขัน ก็เชื่อว่าจะมีสำเร็จกลับมา คนญี่ปุ่นจึงเชื่อว่าถ้าได้ทานปลาชนิดนี้ก่อนไปทำภารกิจสำคัญแล้วจะพบกับความโชคดี

2.ปลาคาซึโอะ หรือ ปลาโอ

เป็นปลาที่จัดอยู่ในประเภท ปลาเนื้อแดง เช่นเดียวกับปลาซาบะและทูน่า ถือเป็นปลาชั้นดีในลำดับของซูชิ มีลักษณะเนื้อ ละเอียด นุ่ม มีรสชาติเข้มข้น แต่ทานง่าย

3.ชื่อของปลาคาซึโอะมีที่มา
ชื่อของปลาคาซึโอะนั้นจะเรียกทิศที่ปลาคาซึโอะกำลังว่ายไป โดยปลาคาซึโอะจะว่ายขึ้นเหนือมาจากฟิลิปปินส์ตามกระแสน้ำอุ่นในเดือน มกราคม-เดือนกุมภาพันธ์ พอกลางเดือนมีนาคม จะว่ายถึงคิวชูและมะคุระซากิ ต่อไปจนถึงชิโกกุและวาคายามะ ช่วงเดือนพฤษภาคมจะว่ายจากอ่าวซากามิไปทะเลโบโซ

หลังจากนั้นก็จะว่ายขึ้นเหนือจากทะเลไปถึงตอนใต้ของเกาะฮอกไกโด พอช่วงเดือนกันยายนจะเริ่มว่ายลงใต้เพื่อไปวางไข่ปลาคาสึโอะที่ว่าขึ้นเหนือจะเรียกว่า”งาริคาสึโอะ”ถ้าว่ายลงใต้เรียก”สะงาริคาซึโอะ”

Sushi Ichiyanaki Tokyo - Pantip

4.ฤดูของปลาคาซึโอะ
จริงๆ แล้วเจ้าปลาคาซึโอะนั้น รสชาติจะอร่อยและทานสนุกในทุกฤดู แต่ถ้าจะให้เหมาะสุดๆ และแนะนำว่าไม่ควรพลาด เราก็จะขอแนะนำเป็นช่วงเดือนกันยายนไปจนถึงตุลาคมครับ เพราะเนื้อจะแน่นได้ที่ ทานที่ไหนแบบไหนก็ดีไปหมด

5.วิธีเลือกปลาคาซึโอะ
โดยปกติวิธีการดูทั่วไปคือ ตัวต้องอ้วนกลม ผิวหน้าปลาเรียบตึง หลังจะต้องออกสีม่วงฟ้าสดใส เหงือกแดง ถ้าลูบส่วนบริเวณหางจะต้องมีความสากนิดๆ แสดงว่าเนื้อแน่น มากจนดันเกร็ดหนังให้หงายขึ้น ลายที่ท้องนั้นยิ่งชัดมากก็แสดงว่า ปลานั้นมีความแน่นและสด

6.ทานปลาคาซึโอะแบบไหนถึงจะอร่อย
การทำปลาคาซึโอะนั้นค่อนข้างยากเนื่องจากปลาคาซึโอะนั้นเสียความสดไปเร็วมาก การเตรียมปลาคาซึโอะสดนั้นโดยมากจะเสริฟพร้อมขิงขูด เพื่อดับกลิ่นคาวปลา แต่ก็มีอีกวิธีคือ โยกิชิโม หรือการย่างฟาง วิธีการคือ การนำฟางข้าวญี่ปุ่นพันธุ์ โคชิฮิคาริ มาจุดไฟย่างปลาที่โรยด้วยเกลือทะเลบางป้องกันเนื้อปลาไหม้ ทั้งสองด้าน

เหตุผลที่ ต้องใช้ฟางในการ ย่างนั้นคือ 1.ปลาจะได้ เก็บน้ำซุปปลาที่เข้มข้นไว้ด้านใน 2.ไฟที่ได้จากฟางนั้นค่อนข้างแรงทำให้ผิวนอกปลาสุกอย่างรวดเร็ว 3.กลิ่นไหม้ของฟางพันธุ์นี้มีกลิ่นหอมที่เป็นเอกลักษณ์ ช่วยเพิ่มรสชาติให้ปลาคาซึโอะได้อย่างดี การย่างอ่อนๆแบบนี้จะทำให้ดึงความอร่อยของปลาคาซึโอะออกมาได้อย่างเต็มที่

7.ปลาคาซึโอและปลาโอดำ
ปลาโอญี่ปุ่นนั้นหารับประทานที่สดใหม่ยากมากเนื่องจากที่กล่าวไปคือปลาเสียความสดเร็วมาก แม้จะมีรสชาติดี ปลาที่นิยมนำมาใช้แทนคือ ปลาโอดำ ของไทยซึ่งอยู่ในตระกูลเดียวกับ ปลา คาซึโอะ มีรสชาติที่ใกล้เคียงกันมาก ปลาโอดำจะไม่มีลายด้านข้างลำตัวเหมือนปลาคาซึโอะ แต่ก็เป็นปลาที่มีรสชาติดีชนิดหนึ่ง